โซลชาlsm สมัคร

ใช้ทุกวินาทีให้มีค่า อย่าง “โซลชา”

“เวลาเป็นแค่คำหลอก” เราเคยได้ยินพี่ “โดม” ร้องไว้แบบนั้น

พี่ “ติ๊นา” ก็เคยบอกไว้ว่า… “เวลาจะช่วยอะไร”

แฟนๆ อาร์เซน่อล อาจจะเห็นด้วยนะครับ เพราะเวลาไม่ได้ช่วยอะไรมากนักจริงๆ จนโดนปล่อยยืมหลายรอบ และโละทิ้ง (การ์ลอส เวลา) – ฮา

แต่สำหรับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แล้ว “เวลา” คือสิ่งมีค่ามากเหลือเกิน

เขาไม่ใช่ “คนไม่มีเวลา” ในแบบของพี่ “ว่าน” แน่นอน

เพราะกุนซือ ยูไนเต็ด มี “เวลา” ให้กับทุกคน 

นี่คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ปรับบรรยากาศในแค้มป์ “ปีศาจแดง” ให้ดีขึ้น นับตั้งแต่ที่อดีตศูนย์หน้าทีมชาตินอร์เวย์ ถูกดึงให้เข้ามากอบกู้ซากปรักหักพังแถบ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อเดือนที่แล้ว

รักไม่ต้องการเวลา

โชเซ่ มูรินโญ่ พร้อมชนกับเหยี่ยวข่าวทุกสำนัก เรื่องการลุกขึ้นสะบัดบ๊อบแล้วเดินออกจากงานแถลงข่าวดื้อๆ เกิดขึ้นบ่อยๆ

“เดอะ สเปเชี่ยล วัน” พร้อมทำให้ทุกอย่าง ทุกสถานการณ์ กลายเป็นสงคราม

ทว่านั่นไม่ใช่สไตล์ของ โซลชา 

หน้าเด้งๆ ของเขาเปื้อนรอยยิ้มเสมอ และเขามีเวลาให้นักข่าวตลอดหากถูกร้องขอ

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เราได้เห็นแรงหนับหนุนเขาจากบรรดาเหยี่ยวข่าวผู้ดี

นี่คือตัวตนที่แท้ทรูของ โซลชา ซึ่งแฟนผี สามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรมาตั้งแต่สมัยที่เขายังประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าแข้ง

ทั้งที่มีเวลาในสนามไม่มาก เพราะมักเป็นตัวสำรอง แต่กองเชียร์ ยูไนเต็ด กลับรักเขามาก เพราะเขามีเวลาให้มิตรรักแฟนผีเสมอ

หลังทราบว่าขวัญใจอดีตเจ้าของฉายา “เพชฌฆาตหน้าทารก” จะกลับมานั่งเป็นกุนซือ กองเชียร์ฮาร์ดคอร์ฝั่ง สเตรทฟอร์ด เอนด์ รีบนำป้ายผ้า “2OLEGEND” มาขึงต้อนรับเขาด้วยความยินดีทันที

บนโลกออนไลน์ เพิ่งมีคนมาแชร์ว่า ตัวเองโชคดีที่ได้จ๊ะเอ๋ โซลชา ในปั๊มน้ำมันแถว ซัลฟอร์ด และมีโอกาสได้สนทนากันนานถึงห้านาที

“โอเล่ เป็นคนที่เข้าถึงได้ง่ายมาก และมีเวลาให้ผมถึงห้านาทีสำหรับการสนทนา เขาเล่าว่า การได้ไปเก็บตัวที่แค้มป์ในดูไบ มีประโยชน์มากแค่ไหน ท่าทีของเขาดูมั่นใจมาก” แฟนผีคนดังกล่าว เล่าผ่านสื่อท้องถิ่น แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์

แฟนผีคนดังกล่าว ยืนยันว่า จากคนที่ไม่อยากให้วันเสาร์มาถึง เพราะทนดูทีมรักไม่ได้ในยุค มูรินโญ่ แต่ตอนนี้ เขากลับมาดูฟุตบอลอย่างเจริญรูตาอีกครั้ง อย่างต้องขอบคุณ โซลชา

โซลชา มีเวลาให้กับทุกคนจริงๆ 

แน่นอน รวมถึงสต๊าฟฟ์ใน แคร์ริงตัน ที่เล่ากันว่า ตอนที่เขาได้รับมอบหมายงานใหม่ๆ ได้เข้ามาตรวจตราศูนย์ซ้อมของสโมสรโดยไม่แจ้งให้ใครรู้ ก่อนรับทราบว่า ไม่ไกลจากที่นั่น ทีมงานสโมสรคนหนึ่ง กำลังจัดปาร์ตี้ฉลองคริสต์มาส และมีพนักงานหลายคนรวมตัวกันอยู่

รู้ดังนั้นแล้ว โซลชา รีบเดินไปที่ห้องแต่งตัวของ แคร์ริงตัน ก่อนพบว่า มีชุดสูทหรู พอล สมิธ ที่ ดาเล่ย์ บลินด์ ทิ้งเอาไว้แขวนตรงมุมห้อง เลยถือวิสาวะหยิบมาสวมแล้วไปสอบถามทางและมุ่งหน้าไปร่วมงานปาร์ตี้ด้วยทันที

เขาใช้เวลาราว 30 นาทีในงาน เพื่อทักทาย และแนะนำตัวกับพนักงานของสโมสรที่กำลังดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน ก่อนย้ำหนักแน่นว่า สโมสรแห่งนี้คือ “บ้าน” ของเขา และผู้คนทั้งหมดคือ “ครอบครัว” 

เจอแบบนี้เข้าไป ทุกคนในสโมสร จึงรู้สึกดีชนิดฟีลเวรี่กู๊ดกันมากกับลูกหม้อสโมสร ที่เคยใช้ชีวิตภายใต้ชายคาแห่ง ยูไนเต็ด นานถึง 14 ปีครึ่งทั้งในฐานะผู้เล่น และโค้ช 

รักไม่ต้องการเวลา

โซลชา ยังนำวิถีเก่าๆ ที่เขาคิดว่า มันเหมาะสมกับ ยูไนเต็ด กลับมา อาทิการสั่งให้นักเตะ และทีมงาน สวมชุดสูทสุดเนี้ยบยี่ห้อ พอล สมิธ ไปยังสนาม แทนที่จะเป็นแค่ชุดวอร์มธรรมดา

นี่คือสิ่งที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เน้นมากนะครับ เพราะส่งผลโดยตรงกับภาพลักษณ์สโมสร เหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่ง “ป๋า” เคยพูดกับ แกรี่ เนวิลล์ ว่า “นายสวมเสื้อสูทตราสโมสร นายคือตัวแทนสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”  #ทุกวินาทีถูกใช้ไปเพื่อสโมสรอย่างแท้จริง

ถึงตรงนี้ ผมนึกถึงตอนที่มีข่าวเม้าท์กันว่า บอร์ดบริหารสโมสร ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ตอนที่เห็น มูรินโญ่ สวมเสื้อมีฮู้ดโผล่ออกมาจากสูทในพิธีรำลึกถึงโศกนาฎกรรมเครื่องบินตกที่มิวนิคเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว

กุนซือโปรตุกีส อาจไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเนี้ยบขนาดนั้น หลายๆ ครั้งที่ มูรินโญ่ สวมแค่ชุดวอร์มไปนั่งประจำการข้างสนาม แต่สำหรับ โซลชา นี่คือธรรมเนียมปฏิบัติที่ถ้าลงมือทำก็ไม่ได้เสียหายอะไร เราจึงได้เห็นเขาแต่งตัวสมาร์ท กางแกงสแล็คดำ ทั้งเสื้อเชิ๊ตขาว เนคไทแดง เสื้อสูท หรือเสื้อกันหนาวสโมสรทับทั้งแปดนัดที่ทำงาน 

ทักษะในการจัดการคนของเขา ถือเป็นอีกประการหนึ่งที่สมควรได้รับเครดิต 

เขามีเวลาให้ลูกทีมทุกคนได้เปิดอกพูดคุย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เล่นค่าตัวแพง หรือนักเตะลูกหม้อ หากอึดอัดใจ สามารถแจ้งกับ โซลชา โดยตรงได้เสมอหรือกับสต๊าฟฟ์อย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค หรือ คีแรน แม็คเคนน่า เพราะ ยูไนเต็ด คือทีมของทุกคน กระทั่งบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว และความเกลียดชังในยุคกุนซือคนก่อนหน้า ได้มลายหายไป

“การจัดการคนของเขาคล้ายๆ กับ เซอร์ อเล็กซ์” แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยโฉมเล่าให้นักข่าว แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ ฟัง พร้อมยืนยันว่า ตลอดห้าวันในแค้มป์เก็บตัวที่ นาด อัล ชีบา สปอร์ตส์ คอมเพล็กซ์ ใน ดูไบ นอกจากร่างกายนักเตะจะได้สัมผัสกับอากาศอบอุ่นแล้ว หัวใจของทุกคนยังได้สัมผัสกับความอบอุ่นด้วย หลังจากที่มีเวลาได้พูดคุยกับเจ้านายคนใหม่ 

รักไม่ต้องการเวลา

ตอนนั้น โซลชา ตั้งคำถามในการประชุมทีมแม้กระทั่งว่า เกมถัดไปกับ สเปอร์ส อยากเล่นแบบไหน เปิดฉากลุยเลยหรือตั้งรับ เมื่อทุกคนมั่นใจในศักยภาพตัวเอง แท็กติกจึงถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสม เมื่อเกิดความผิดพลาด หรือความสำเร็จ มันคือสิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับร่วมกันในฐานะทีม

ในเกมกับ นิวคาสเซิ่ล เมื่อช่วงต้นเดือน คุณจะสังเกตว่า นักเตะ ยูไนเต็ด พยายามวางบอลโค้งๆ ให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สปีดสอดกองหลังตัวสุดท้ายเข้าไปรับบอล กระทั่ง ปอล ป็อกบาจัดให้อย่างเพอร์เฟ็กต์ในนัดหักคอไก่ที่ เวมบลีย์

โซลชา กำลังใช้ทักษะในการจัดการคนกับแนวรุกที่มีในมือ อย่าง โรเมลู ลูกากู, อเล็กซิส ซานเชซ, เจสซี่ ลินการ์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ แรชฟอร์ด เหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่ง เขาเคยได้รับการดูแลจาก “เฟอร์กี้” ที่มีทั้ง ตัวเขา, เท็ดดี้ เชอริงแฮม, แอนดี้ โคล และ ดไวท์ ยอร์ค ในปีสามแชมป์ ค.ศ.1999

และเหมือนกับที่เขาเคยเห็นคนที่เขาเรียกว่า “เจ้านาย” ดูแล คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เวย์น รูนี่ย์, คาร์ลอส เตเวซ, หลุยส์ ซาฮา และ หลุยส์ นานี่ ในปีที่ ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นเถลิงบัลลังก์แชมป์ยุโรปในอีกเก้าปีต่อมา

แปดนัด ชนะรวด ตะบัน 22 ประตู และบีบช่องว่างระหว่างท็อปโฟร์จาก 11 คะแนนเหลือเพียงสามแต้ม เป็นผลงานที่ดีเกินคาด กระนั้น ดูเหมือน โซลชา จะไม่ได้หลงระเริงอะไร 

“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อตื่นเต้น ผมมาเพื่อยกระดับทีม พัฒนานักเตะ และมองถึงเกมถัดไป” เขาให้สัมภาษณ์หลังเกม เอฟเอ คัพ ที่บุกตบ อาร์เซน่อล 3-1

โซลชา หมายความตามนั้นเลยนะครับ อีกไม่ถึง 24 ชั่วโมงต่อมา เขาจัดสรรเวลาเพื่อไปชมเกม เอฟเอ คัพ ที่ แมนฯ ซิตี้ ถลุง เบิร์นลี่ย์ 5-0 ก่อนต้องเปิดรังรับ “เดอะ คลาเร็ตส์” ในคืนอังคารนี้

รักไม่ต้องการเวลา

ทีมของ ฌอน ไดช์ เปลี่ยนแปลงถึงเจ็ดตำแหน่งที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม และไม่มีโอกาสส่องเข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยมีเปอร์เซ็นต์การครองบอลแค่ 25% เท่านั้น 

แต่ โซลชา รู้ดีว่า ยูไนเต็ด ต้องไม่ประมาทเด็ดขาด

เขาและทีมงาน คงมีขุนพลที่จะใช้รบพุ่งศึกมิดวีกอยู่ในหัวแล้ว หลังจากที่หาทีมชุดที่ลงตัวของตัวเองจนเจอในห้วงเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งเป็นสิ่งที่ มูรินโญ่ ไม่เคยทำได้ตลอดระยะเวลาบนตำแหน่ง (17 นัดในลีกซีซั่นนี้ เขาเปลี่ยน 11 ตัวจริง 53 ครั้ง และ 93 นัดในลีกที่ทำงาน มีการยึดผู้เล่นชุดแรกในนัดถัดมาแค่แปดครั้ง) 

ระหว่างทางกลับจากลอนดอนมาเปลี่ยนรถไฟที่สถานี สต็อคพอร์ท มีแฟนผีรายหนึ่งได้แชะภาพกับ โซลชา และแลกเปลี่ยนบทสนทนาสั้นๆ ก่อนแชร์ลงโลกออนไลน์ เรียกยอดไลค์จากความตาร้อนเบาๆ ได้ตรึม

เมื่อเขาเดินทางถึงโรงแรม ลาวรี่ โฮเต็ล ที่พักชั่วคราวระหว่างรับงานใหญ่ ก็มีแฟนผีมารอพบเหมือนเคย

“แจ๋วมากเลยนาย” บางคน ขอแค่ได้พูดประโยคนี้กับ โซลชา

“ขอบคุณมากเพื่อน” เขาตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

เรายังไม่รู้ว่า ยูไนเต็ด กับ โซลชา จะได้ดื่มด่ำฉ่ำหวานกับช่วงฮันนีมูนแบบนี้อีกนานแค่ไหนกันนะครับ

กระนั้น ถ้ามีการทำโพลล์สำรวจความคิดเห็นแฟนผี ณ จุดนี้ ว่า ใครสมควรได้เป็นผู้จัดการทีม ยูไนเต็ด คนต่อไป? ผมมั่นใจว่า เขาจะเป็นผู้ชนะแน่นอน

ไม่ได้ชนะธรรมดา แต่จะเป็นการชนะใจแฟนผีถล่มทลายแบบ “แลนด์สไลด์” เลยด้วย

เพราะที่ผ่านมา หลายๆ สิ่งที่ โซลชา ทำกับ ยูไนเต็ด ไม่ว่าจะสมัยเป็นซูเปอร์ซัปที่มีเวลาอันน้อยนิดรังสรรค์ประตูชัย หรือในขณะนี้ที่ใช้เวลาไม่นานกับการเป็นกุนซือเป็นปีศาจแดงให้เป็นเหมือนคนละยุคสมัย ทำให้แฟนผีได้ประจักษ์ชัดแล้ว…

“โซลชา ใช้ทุกวินาทีอย่างให้มีคุณค่าอย่างแท้จริง” 

Copyright © 2018. All rights reserved.